Wednesday, 17 June 2009

odot#16_20090617

เคยสงสัยมั๊ยครับว่า ทำไมต้องมีพริ้ตตี้ ในงานขายรถ


.
.
.
เอ่อ.....(ไหนวะรถ ?)


งานมอเตอร์โชว์จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 1979 แต่วัฒนธรรมการยืนบังรถของเหล่าบรรดาพริตตี้เริ่มมีมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1986 (ข้อมูลการวิจัยอันนี้ได้มาจากฟอเวิร์ดเมว ซึ่งไม่น่าเชื่อถือยิ่งนัก ฉะนั้นห้ามเอาไปอ้างอิงโดยเด็ดขาด)













พริตตี้ เริ่มยืนบังรถในปี 1986



เทคนิคการบัง มีสูตรสำเร็จคือระบบซ้อนชั้น 3 เลเยอร์ ประกอบด้วย
1. รถที่ต้องการขาย อยู่ชั้นในสุด
2. พริตตี้ อยู่ชั้นกลาง
3. เสื้อผ้าพริตตี้ อยู่ชั้นนอกสุด

พริตตี้ต้องบังรถให้มากที่สุด ส่วนเสื้อผ้า ต้องบังพริตตี้ให้น้อยที่สุด (ดูรูปบนสุดประกอบ)

ไม่น่าเชื่อว่าเทคนิคการปิดบังซ่อนเร้นแบบนี้จะทำให้มีความอยากซื้อเพิ่มขึ้น ถ้าไม่โดนกับตัวเองคงไม่รู้
ผมหาอุปกรณ์แต่งรถจักรยานอยู่ครับ
เดินหาตามร้านก็พอมีอยู่บ้าง แต่ก็ไม่อยากซื้อ ไม่รู้ทำไม

จนได้มาเจอกับภาพนี้
.
.
.




















ผมโทรสั่งซื้อตระกร้าหวายอันนี้ด่วนเลย...รู้สึกอยากได้มาก
และแผนการตลาดระบบเอาพริตตี้มาบังแบบนี้ก็ทำให้บี (ผู้อนุมัติ) คล้อยตามไปด้วยเช่นกัน
ถ้ามีแต่ตระกร้าธรรมดาคงไม่เอา พอมีเด็กอ้วนมานั่ง มันเหมือนภาพในอุดมคติว่า เออ ถ้าเราซื้อมาแล้ว พอมีลูกคงจะมีอะไรน่ารักๆแบบนี้มาอยู่ในตระกร้ามั่งเน๊อะ...


























คงจะพอรู้กันแล้วนะครับ ว่าทำไมต้องมีพริ้ตตี้ ในงานขายรถ

Tuesday, 16 June 2009

ODOT#15_20090616



วันนี้มีจักรยานพับมาโชว์ครับ

คันแรก ..ไอ้ตัวเล็ก จักรยานพับขนาด 16 นิ้ว (วัดขนาดจากล้อครับ) ซื้อมาได้ประมาณ 2 เดือน จากร้าน ส.สมบัติคานามูจิ ดูจากชื่อร้านแล้ว นำเข้าจากญี่ปุ่นชัวร์ แต่ไม่แน่ใจว่าเจ้าของชื่อเฮียสมบัติหรือเฮียคานามูจิกันแน่ เพราะแกพูดไทยไม่ชัด...และพูดญี่ปุ่นไม่ได้ด้วย สำเนียงเลยออกมาผสมๆเหมือนชื่อร้าน แกขายให้ 2000 บาท สภาพแตนๆ เลยถามเล่นๆถึงตะกร้า...ดันมีอีกต่างหาก เป็นตะกร้าพับได้ด้วย โดนไปอีก 400 บาท ต้องเอาไปรีแพร์อีกนิดคงน่ารักสมวัย...


เอาไอ้ตัวเล็กไปออฟฟิศด้วย 1 วัน พี่หอมได้ลองขี่ 1 รอบ ติดใจ เลยพาพี่หอมไปซื้อ นัดกันวันเสาร์ที่ผ่านมาที่ย่านเซียงกง แถวตลาดสามย่าน ตอนแรกก็กะว่าจะพาพี่หอมไปซื้อเฉยๆ ปรากฎว่าเดินไปเดินมาไปเจอตัวแม่สีขาว จักรยานพับแนวทัวร์ริ่งขนาด 20 นิ้ว สวยมากๆ เลยโดนไปอีก 1 คัน


ระหว่างรอปรับเบรกตัวแม่...อีกคันก็ประกอบเสร็จพอดี เฮ้ย! เมื่อกี้มันยังเป็นซากอยู่เลย ตอนนี้ละโคตรสวย เอ้า เอาอีก 1 คัน ...ตัวพ่อ ทัวร์ริ่ง 20 นิ้วเหมือนกัน แต่มีเกียร์


ตอนนี้เลยมีจักรยาน 3 คัน พ่อแม่ลูก ถ่ายนอกบ้านเหมือนจะดูดีนะครับ แต่ขอโทษ ต้องจอดในบ้าน ..กลัวหาย บ้านก็รโหฐานมาก ซื้อไม่คิด


ใครจะไปก็เข้าจุฬาซอย 5 ซอยย่อย 26-34 แถบนี้นะมีเพียบเลย แต่วันอาทิตย์จะปิดกันเกือบทุกร้าน จอดรถได้ที่ตลาดสามย่าน แต่ถ้ามาวันอาทิตย์จะจอดตรงไหนก็เชิญตามสบาย แต่ร้านเปิดน้อยมาก บางอาทิตย์ผีหลอกเอาง่ายๆ เพราะร้านปิดหมด สนนราคาก็เริ่มตั้งแต่ 2000 บาท ร่ายไปจนถึง 6000 - 7000 ตามสภาพวัสดุ ยี่ห้อ และเทคนิคการพับ


ไปร้านแบบนี้ต้องตาดีๆหน่อยนะครับ เพราะของมันมาเป็นล็อตใหญ่ๆ ผสมผสานของดีของเน่าคลุกเคล้ากันไป เราเลือกโครงแล้วไปเปลี่ยนอาน เปลี่ยนแฮนด์ได้ ถ้าคุยดีๆขอของแถมพวกกระดิ่ง หรือที่ล็อคล้อดีเทลแปลกๆตามสไตล์ญี่ปุ่นเอาได้ง่ายๆ ....ขอให้สนุกนะครับ

Friday, 1 May 2009

ODOT#14_20090430

วันนี้เอารูปสวยๆมาให้ชมครับ
แค่นั้นเลย


ได้มาจากฟอเวิร์ดเมวครับ

Friday, 27 March 2009

ODOT#13_27032009



วันนี้ซื้อของมาให้บั๊ดดี้ ตามนโยบายสร้างสุข เพราะมีคนรู้สึกถึงความเงียบเหงาของชาว4d
เลยซื้อเครื่องดื่มชูกำลังมาให้พี่ปุ้ยด้วย ยี่ห้อ "แรงเยอร์"

ทำไมต้อง แรงเยอร์

อาจจะมาจากคำว่า ranger เรนเจอร์ แล้วถอดรูทเป็น rang er แรงเยอร์ แปลว่า ชาวแรงๆ
ซึ่งดันไปพ้องเสียงกับคำว่า แรงเยอะ ในภาษาไทย......โอ้ว กว่าจะได้ชื่อมา 1 ชื่อนี่คิดกันมากจริงๆนะ

หรือจริงๆก็ไม่ต้องคิดกันมาก ว่ากันตรงๆ
อย่างเครื่องดื่มตรา "หมีคอมมานโด" คือกินแล้วพลังหมือนหมี เก่งเหมือนพวกคอมมานโดชัวร์เลย

แต่ก็มีบางผลิตภัณฑ์ที่ทำเอางงเหมือนกันว่ามาจากอะไร
ชุดนักเรียรตรา "ช้างแมมมอธ" มันยังไง มันทนทานยังกะช้างแมมมอธรึเปล่า แต่มันสูญพันธุ์ไปแล้วนะ
ยาธาตุน้ำขาวตรา "กระต่ายบิน" เป็นสัตว์ในตำนานรึเปล่า
ยาฆ่าหญ้าตรา "หมาแดง" ออกฤทธิ์มากกว่าหมาธรรมดามั๊ย
ยาอมตรา "ตะขาบ 5 ตัว" ถ้ามากกว่า 5 จะกลายเป็นยาแก้โรคที่ร้ายกว่ามั๊ย หรือ 3 ตัว ก็แค่ยาอมเฉยๆ
ยาหม่องตรา "ลิงถือลูกท้อ" อันนี้งงมาก ใครรู้ช่วยบอกทีว่ามันมาจากอะไร

หรือใครตั้งชื่อผลิตภัณฑ์อะไรที่มันพิศดาลกว่านี้ก็เขียนมาบอกกันบ้างนะ
อยากรู้จริงๆ





ปล. ขอให้บั๊ดดี้มีความสุขมากๆนะครับ

Monday, 2 March 2009

ODOT#12_02032009

ออกแล้วครับ aday bulletin ฉบับบ 32 หน้าปก กาละแมร์
กับบ้่านของหนุ่มร่างใหญ่ ผู้ใช้ชีวิตเหมือน วอร์เรน บัฟเฟตต์

http://www.daypoets.com/adb/adb32.html


วอร์เรน บัฟเฟตต์ จากวิกิพีเดีย
วอร์เรน เอดเวิร์ด บัฟเฟตต์ (Warren Edward Buffett) นักลงทุนชาวอเมริกา เจ้าของบริษัท Berkshire Hathaway ในปี พ.ศ. 2551 ได้ป็นเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกแทนที่ บิลล์ เกตต์ ด้วยจำนวนเงิน 62,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ....เอาแค่นี้พอ

นี่เค้าเอาตูมาเปรียบกับเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกเลยเหรอเนี้ยยย!!!

น่าสนใจขึ้นมาทันที
ลองมาดูปรัชญาการใช้ชีวิตของนายบัฟเฟตต์กัน


ข้อแรก - อย่าตั้งเป้าหมายที่เกินกว่าจะเอื้อมถึง
"ผมจะไม่พยายามกระโดดข้ามที่สูง 7 ฟุต แต่ผมจะมองหาคานไม้ที่สูง 1 ฟุต ที่ผมจะสามารถที่จะเดินข้ามได้อย่างสบายๆ"

ข้อ 2 - สมถะในการใช้จ่าย
นายบัฟเฟตต์แต่งตัวแบบเรียบง่าย ไม่สนใจใส่เสื้อผ้าที่เป็นแบรนด์เนมราคาแพง จนเคยถูกนักข่าวคนหนึ่งเหน็บแนมเขา เรื่องที่เขาชอบใส่สูทราคาถูกๆ อย่างไม่ให้ความสนใจว่า " ผมเคยซื้อสูทราคาแพงๆ แต่เมื่อผมใส่มันแล้ว มันก็ดูเหมือนของราคาถูก"

ฟังดูเข้าท่าเหมือนกันนะครับ ถ้าจะลองใช้ชีวิตแบบนี้ดู ให้สมกับที่เค้าเอาเราไปเปรียบ
เอ้า..พอเพียงกันเถอะ

Saturday, 21 February 2009

ODOT#11_21022009

ถ้า aday มาสัมภาษณ์


ใครคือฮีโร่ตอนเด็ก
โงกุน

กลัวอะไรมากที่สุดในชีวิต
กลัวสิ่งที่ไม่รู้ เช่น ความมืด ไม่รู้ว่าจะมีอะไรโผล่มา

ทริปการเดินทางที่ประทับใจที่สุด ไปไหนและเมื่อไหร่
ภูสอยดาว ไปกับเพื่อนตอนประมาณปี 44 มั้ง

คุณคิดว่าอะไรคือสิ่งบ่งชี้ว่าตุณโตเต็มวัย
ทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งแบบจริงจัง

คุณดีไซน์ความตายของคุณไว้อย่างไร
อยากตายแบบรู้ตัวว่าจะตาย เช่น แก่ตาย หรือเป็นโรคร้ายที่มีช่วงรอดนิดหน่อย น่าจะเป็นเวลาคิดโปรเจ็คต์งานศพเจ๋งๆได้

ความจริง 1 ข้อที่คนอื่นไม่มีทางรู้
จริงๆอยากชกมวยไทยมาก และบีเพิ่งจะรู้เมื่อไม่นานมานี้ เลยซื้อนวมกะกระสอบทรายเป็นของขวัญให้วันวาเลนไทน์

คุณจะไม่มีทางนอนตายตาหลับถ้าไม่ได้ทำสิ่งนี้...
จริงๆคำถามนี้อยากถาพ่อมากเลย แล้วจะตั้งใจช่วยพ่อให้พ่อได้ทำสิ่งนั้นจริงๆ แล้วสิ่งนั้นแหละก็คือสิ่งที่เราอยากทำก่อนตาย แล้วก็หวังว่าลูกเราจะทำแบบนี้มั่ง

คุณอยากเจอกับไอ้เต้ยตอนอายุเท่าไหร่ แล้วจะบอกอะไรกับเค้า
อยากเจอตอนวันเกิดอายุ 27 ปี (เดือนกรกฎานี้) แล้วถามว่าหวยออกอะไร

วันที่เสียน้ำตามากที่สุด
ตอนป.4 พ่อส่งเข้าโรงเรียนประจำ แล้ววันแรกที่พ่อมารับก็ร้องไห้ดีใจไม่หยุด พ่อก็ตี เพราะนึกว่าดื้อ


พยายามคัดเอาคำถามแพทเทิร์นของคอลัมม์ Talking Head ของ aday มาลองตอบ
เพราะตอนอ่านคิดว่าคนตอบมันพยายามจะตอบแบบเท่ๆ เลยลองตอบดูมั่ง เผื่อจะคูลแบบชาวบ้านแนวๆ
แล้ววันนั้นก็มีจริง..... เมื่อวาน aday bulletin มาสัมภาษณ์ที่บ้านครับ

จริงๆเค้าจะมาสัมภาษณ์พี่ตี๋ (พี่ที่art4d) แต่พี่ตี๋ยังไม่พร้อม อาจจะยังไม่คูลพอเลยให้มาบ้านเรา ตอนแรกก็ดีใจว่า aday มา ตอนหลัง (หลังจากตกลงเค้าไปแล้ว) เลยนึกขึ้นได้ว่า สงสัยเค้าจะมาถ่ายบ้านคนที่ชอบไปวิจารณ์บ้านคนนั้นคนนี้ ดูสิว่ามันจะแน่ซักแค่ไหน

เอาเข้าจริงก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นครับ เค้าก็ถามคำถามปกติ ...ที่มาที่ไปของบ้าน ไลฟ์สไตล์เราเป็นไง แล้วก็พวกคำถามแพทเทิร์นคล้ายๆข้างบน เข้าทางไอเต้ยแล้ว เพราะผมเป็นคนคูล และเป็นครูด้วย เลยเหมือนสอนเด็กไปในตัวว่าบ้านต้องเป็นอย่างโง้นอย่างงี้ แล้วก็สรุปว่า ...เราควรอยู่อย่างพอเพียง

เท่ชะมัด

เดี๋ยวหนังสือเค้าออกก็อย่าลืมไปหยิบมาอ่านฟรีกันนะครับ




Friday, 13 February 2009

ODOT#10_13022009

ฉบับฉลองวันศุกร์ 13 ขอนำเสนอเรื่อง ไม่เชื่อ...อย่าลบหลู่


พระครูวิจิตรครับ
ผมมีอะไรจะถาม

1. ไอ่หัวข่า หัวขิง 3 ตำลึงเนี้ย..ทำไมไม่ใช้หน่วยสากลละครับ แล้วชาวบ้านที่ไหนจะไปรู้ว่า 1 ตำลึงเท่ากับกี่ขีด เท่าที่ผมลองไปหาดูพบว่า

1 ชั่ง = 20 ตำลึง
1 ตำลึง = 4 บาท
1 บาท = 4 สลึง
1 สลึง = 2เฟื้อง

ตามมาตรฐานสากล ทองคำ 1 บาทจะหนัก 15.2 กรัม ถ้า ทอง 4 บาท ก็จะหนัก 60.8 กรัม = 1 ตำลึง
ฉะนั้น หัวข่า หัวขิง 3 ตำลึงที่ว่าเนี้ย..ก็จะต้องใช้ในปริมาณ 182.4 กรัม หรือเท่ากับ 1.824 ขีด
ลำบากมั๊ยเนี้ย...จะขาดจะเกินก็ไม่ได้ กลัว เดี๋ยวจะมีอันเป็นไปทั้งครอบครัว

2. ถ้ามีคนได้จดหมายนี้แล้วเก็บไว้ ก็จะต้องป่วยกระทันหันแล้วถ้าดันป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ แล้วเค้าจะกินยาไปหาพระแสงอะไรละครับ เพราะแค่ส่งจดหมายแค่ 20 ฉบับ นอกจากจะหายแล้ว ยังจะถูกหวยอีกด้วย ดีจริงๆ

3. ถ้าจะส่งแล้วจ่าหน้าซองว่า พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แล้วไปรษณีย์เค้าจะไปส่งที่ไหนครับ

4. แล้วถ้าผมเขียน 21 ฉบับ ชีวิตผมจะดีขึ้นมั๊ยครับ

5. ผมเผยแพร่ให้แล้วนะครับ เดี๋ยวจะลองไปซื้อหวยงวดนี้ดู ถ้าถูกขึ้นมาจริงๆ พระครูช่วยเขียนชื่อผมลงในข้อ 4 ด้วยนะครับ ผมอยากดัง


ปล.
ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่นะครับ